สสว. ตั้งเป้าผลักดัน GDP ของ SME เพิ่มร้อยละ 40 ภายในปี 2570 มองโอกาสเจาะตลาด “จีนเที่ยวไทย” ช่วยขับเคลื่อน MSME เติบโตอย่างยั่งยืน พร้อมเดินหน้าจับมือ “ดิจิลิ้งก์ประเทศไทย” ร่วมพัฒนาแอปพลิเคชัน “เหวยไท่กว๋อ” เปิดประตู บานใหญ่ต้อนรับนักท่องเที่ยวแดนมังกร
เวลาที่โพสต์:15:31, 10-09-2026
แหล่งข่าว:xinhuathai

กรุงเทพฯ (5 ส.ค. 2567) ดร.ปณิตา ชินวัตร รองผู้อำนวยการ รักษาการผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจ ขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) เปิดเผยว่า การส่งเสริมให้ MSME ให้ได้รับสิทธิประโยชน์พิเศษถือเป็นภารกิจสำคัญของ สสว. ในการขับเคลื่อนให้ MSME ได้เติบโตตามเป้าหมาย โดย สสว.ต้องการผลักดันสัดส่วน GDP ของ SME ให้เพิ่มเป็นร้อยละ 40 ภายในปี 2570 จากเป้าหมายปีนี้ (2567) ที่ตั้งเป้าการเติบโตไว้ร้อยละ 37 นอกจาก นี้สสว. ยังมุ่งตอบสนองนโยบายรัฐบาลภายใต้ วิสัยทัศน์ “Thailand Vision IGNITE THAILAND : จุดพลัง รวมใจ ไทยต้องเป็นหนึ่ง” ตามที่นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีได้ ประกาศตั้งเป้าให้ไทยเป็นศูนย์กลางเมืองท่องเที่ยว (Tourism Hub) ซึ่ง สสว.พร้อมขับเคลื่อนเพื่อยกระดับ MSME ด้านการท่องเที่ยวและบริการให้มีโอกาสขยายการเติบโตด้วยการสร้างโอกาสใหม่ ๆ โดยเฉพาะการดึงตลาดนักท่องเที่ยวจากประเทศจีนให้ เข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทย จึงได้ร่วมกับบริษัท ดิจิลิ้งก์ ประเทศไทย จำกัด พร้อมด้วยกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และ กระทรวงพาณิชย์พัฒนามินิแอปพลิเคชั่น “เหวยไท่กว๋อ” หรือ Hello Thailand แพลตฟอร์มที่ให้ข้อมูลด้านการท่องเที่ยวประเทศ ไทยเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับนักท่องเที่ยวจีน สามารถเข้าถึงร้านอาหาร โรงแรม แพ็คเกจทัวร์ 40 เมืองใหญ่และเมืองน่าเที่ยว ไปจนถึงบริการ Payment on Service และ Payment on Ground ที่จำเป็นและสามารถใช้บริการได้อย่างไร้รอยต่อ 

“ที่ผ่านมา สสว. ทำงานร่วมกับส่วนราชการ หน่วยงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจองค์การเอกชน ในการสนับสนุนผู้ประกอบการ SME ทั่วประเทศให้เติบโตภายในประเทศ และด้วยวิสัยทัศน์จากการทำงานมากว่า 20 ปีเชื่อมั่นว่าการจับมือกับ ดิจิลิ้งก์ประเทศ ไทย และเอวีโปรเจคท์ครั้งนี้จะช่วยผลักดันผู้ประกอบการ MSME ให้มีพื้นที่เติบโตในตลาดต่างแดน สอดคล้องไปกับ พันธกิจของ สสว. ที่ต้องการส่งเสริม MSME ให้มีพื้นที่เติบโตทางธุรกิจ เราจึงลงพื้นที่เพื่อคัดสรรผู้ประกอบการกว่า 100,000 ราย ทั่วประเทศ ทั้งผู้ประกอบการร้านค้า บริการ สินค้า การท่องเที่ยว ให้มาเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของแพลตฟอร์ม ‘เหวยไท่กว๋อ’ เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการ MSME ได้ขยายตลาดไปยังกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวจีนที่เข้ามาเที่ยวในประเทศไทย” นางสาวปณิตา ระบุ 

ขณะที่ นางสาวพรรณอวิกา ลิมปะพันธุ์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ดิจิลิ้งก์ประเทศไทย จำกัด เปิดเผยว่า จุดเด่น ของ ‘เหวยไท่กว๋อ’ จะเป็นแพลตฟอร์มข้อมูลการท่องเที่ยวในประเทศไทย ที่ครอบคลุม 66 เมืองใหญ่และเมืองน่าเที่ยว ได้แก่ เชียงใหม่ เชียงราย กระบี่ สมุย กรุงเทพฯ และอุบลราชธานีช่วยทลายกำแพงด้านภาษาเนื่องจากข้อมูลทั้งจะเป็นภาษาจีน นักท่องเที่ยวจึงสามารถเข้าถึงร้านอาหารท้องถิ่น ซื้อสินค้าจากชุมชน ซื้อแพ็คเกจทัวร์รวมไปถึงบริการ Payment on Service ที่ จำเป็นสำหรับการท่องเที่ยวในเมืองไทยอย่างง่ายดาย โดยสามารถชำระค่าสินค้าและบริการผ่าน WeChat Pay ได้สะดวกยิ่งขึ้น การใช้เครื่องมือที่ถูกต้อง ถูกจังหวะและถูกเวลา จะช่วยให้ขับเคลื่อน SME ไทยก้าวสู่ตลาดจีนได้แบบก้าวกระโดด โดยได้ทุ่มงบกว่า 500 ล้านบาท เพื่อให้เป็นแพลตฟอร์มที่นักท่องเที่ยวจีนทุกคนต้องมีตั้งเป้าว่าภายใน 1 ปีต้องมีสมาชิก 200 ล้านคน และมี Active User ต่อเดือนไม่ต่ำกว่า 100 ล้านคน 

ทั้งนี้อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยวจีนในประเทศไทยในปัจจุบัน พบว่า กลุ่มนักท่องเที่ยวชาวจีนกว่า 80.6% เป็นกลุ่ม FIT (Free Independence Traveler) ที่นิยมการท่องเที่ยวแบบอิสระ มีเงินใช้จ่ายประมาณ 40,000- 100,000 บาท โดยมีไลฟ์สไตล์การเที่ยวที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น เน้นความหรูหรา มองหาสถานที่และกิจกรรมสำหรับคู่รัก ไปจนถึงการ พักผ่อนเพื่อบำบัดกายใจ และมีแนวโน้มเพิ่มจำนวนมากขึ้น กลายเป็นตัวแปรสำคัญในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย

S__22437970_0_0.jpg

ข่าวนี้รวบรวมโดย :YING  LI

การตรวจสอบรอบแรก:YANLAN ZHANG

การตรวจสอบรอบที่สอง:CUIJING MO

การตรวจสอบรอบที่สาม: ปิยะนุช เพชรเย็น