ย้อนมองการค้าต่างประเทศกว่างซี ปี 2568 วิเคราะห์เจาะลึก…แนวโน้มการค้าไทย – กว่างซี
เวลาที่โพสต์:10:21, 5-02-2026
แหล่งข่าว:thaibizchina.com

กฤษณะ สุกันตพงศ์ เขียน
ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในจีน (BIC)
สถานกงสุลใหญ่ ณ นครหนานหนิง


ปี 2568 ที่ผ่านมา เขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วงยังคงทำผลงานด้านการค้าต่างประเทศได้ดีต่อเนื่อง ยอดการค้าสร้างสถิติใหม่ทะลุ 8 แสนล้านหยวน และ “อาเซียน” ยืนหนึ่งคู่ค้ากว่างซีเป็นปีที่ 26 ติดต่อกัน

สำนักงานศุลกากรหนานหนิง (ดูแลด่านทั่วกว่างซี) ได้แถลงตัวเลขการค้าต่างประเทศกว่างซี ปี 2568 มีมูลค่ารวม 819,262 ล้านหยวน (อันดับที่ 13 ของจีน และอันดับที่ 2 ในจีนตะวันตก) เพิ่มขึ้นร้อยละ 8.4 เมื่อเทียบกับปีก่อน (YoY)

ในจำนวนข้างต้นแบ่งเป็นมูลค่าการส่งออก 489,737 ล้านหยวน เพิ่มขึ้นร้อยละ 10.6 (YoY) และมูลค่าการนำเข้า 329,524 ล้านหยวน เพิ่มขึ้นร้อยละ 5.3 (YoY) โดยกว่างซีเป็นฝ่ายได้ดุลการค้าต่างประเทศ 160,213 ล้านหยวนเพิ่มขึ้นร้อยละ 23.5 (YoY)

สินค้าส่งออกหลัก (มูลค่าเกิน 4,000 ล้านหยวน) ได้แก่ สินค้ามูลค่าต่ำ (พิกัด9804000) แบตเตอรี่ลิเทียม โมดูลจอแอลซีดี อะไหล่เครื่องจักรกล สมาร์ทโฟน วงจรพิมพ์ชนิดมากกว่า 4 ชั้น นิเกิลที่ยังไม่ขึ้นรูป (อันรอต) ยานยนต์ที่มีเครื่องยนต์สันดาปที่มีความจุกระบอกสูบไม่เกิน 1,000 ลบ.ซม. แต่ไม่เกิน 1,500 ลบ.ซม. ตัวขั้วต่อและตัวสัมผัสสำหรับกระแสไฟฟ้าน้อยกว่า 36 โวลต์ รถตักกระดาษและกระดาษแข็งหลายชั้นเคลือบด้วยดินขาว (ไชน่าเคลย์) หรือด้วยสารอนินทรีย์อย่างอื่น วงจรความจำ รถยนต์ประเภทอื่น ๆ ที่ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า (รหัส VIN)

สินค้านำเข้าหลัก (มูลค่าเกิน 4,000 ล้านหยวน) ได้แก่ สินแร่และหัวแร่ทองแดง น้ำมันปิโตรเลียมดิบและน้ำมันดิบที่ได้จากแร่บิทูมินัส สินค้ามูลค่าต่ำ (พิกัด9804000) ถั่วเหลืองตัดต่อพันธุกรรม สินแร่และหัวแร่เหล็ก (หลายสเปก) ผลิตภัณฑ์ขั้นกลางของโลหะกรรมทางนิกเกิล ถ่านหินโค้ก ทุเรียนสด ก๊าซปิโตรเลียมเหลว (โพรเพน) สินแร่และหัวแร่สังกะสีทองแดงไม่บริสุทธิ์รวมทั้งแอโนดทองแดงสำหรับการทำให้บริสุทธิ์โดยวิธีทางไฟฟ้า สินแร่และหัวแร่ของโลหะมีค่าชนิดอื่น ๆ

“อาเซียน” เป็นคู่ค้ารายใหญ่ที่สุด 26 ปีซ้อน สองฝ่ายมีมูลค่าการค้ารวม 429,216 ล้านหยวน เพิ่มขึ้นร้อยละ 8.0 (YoY) คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 52.39 ของมูลค่ารวมการค้าต่างประเทศกว่างซี แบ่งเป็นมูลค่าการส่งออกไปอาเซียน 332,050 ล้านหยวน เพิ่มขึ้นร้อยละ 8.7 (YoY) และมูลค่าการนำเข้าจากอาเซียน 97,166 ล้านหยวน เพิ่มขึ้นร้อยละ 5.6 (YoY)โดยกว่างซีได้ดุลการค้าอาเซียน 234,884 ล้านหยวนเพิ่มขึ้นร้อยละ 10.09 (YoY)

โดย “เวียดนาม” ยังเป็นคู่ค้าอันดับ 1 ของเขตฯ กว่างซีจ้วง (เพื่อนบ้านที่มีพรมแดนติดกัน)การค้าสองฝ่ายทะลุ 3 แสนล้านหยวนเป็นครั้งแรก มีมูลค่ารวม 311,249 ล้านหยวน เพิ่มขึ้นร้อยละ 5.4 มีสัดส่วนร้อยละ 37.99 ของมูลค่ารวมการค้าต่างประเทศกว่างซี โดยกว่างซีได้ดุลการค้าเวียดนาม 203,505 ล้านหยวน เพิ่มขึ้นร้อยละ 12.02 (YoY)

“ประเทศไทย” ในฐานะคู่ค้าอันดับ 2 ของเขตฯ กว่างซีจ้วง สองฝ่ายมีมูลค่าการค้ารวม 35,263 ล้านหยวน ลดลงร้อยละ 4.3 (YoY)คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 4.3 ของมูลค่ารวมการค้าต่างประเทศกว่างซี แบ่งเป็นมูลค่าการส่งออกไปไทย 27,437 ล้านหยวน ลดลงร้อยละ 2.3 (YoY) และมูลค่าการนำเข้าจากไทย 7,825 ล้านหยวน ลดลงร้อยละ 10.9 (YoY) โดยกว่างซีได้ดุลการค้าไทย 19,611 ล้านหยวน เพิ่มขึ้นร้อยละ 1.74 (YoY)

สินค้านำเข้าจากไทย ได้แก่ฮาร์ดดิสก์ไดร์ฟ (HDD รวมถึง Solid-state drive – SSD) ทุเรียนสด มันสำปะหลังแห้ง สตาร์ชทำจากมันสำปะหลัง เคมีภัณฑ์ มังคุดสด ผลไม้และลูกนัตแช่แข็งอื่น ๆ น้ำยางพาราธรรมชาติ เศษและของที่ใช้ไม่ได้ที่เป็นอะลูมิเนียม ขนอ่อน ลำไยสด บอลล์แบร์ริ่งร่องลึก แผ่นไม้ที่ไม่ใช่ไม้สด วงจรพิมพ์ วงจรรวม โพเพน มะพร้าวทั้งกะลา (เอนโดคาร์ป)

สินค้าส่งออกไปไทย ได้แก่สินค้ามูลค่าต่ำ (พิกัด 98040000) สมาร์ทโฟน แบตเตอรี่ลิเทียม จานบันทึก วงจรพิมพ์ชนิดมากกว่า 4 ชั้น ส่วนประกอบเครื่องจักร โมดูลจอแอลซีดี ส่วนประกอบและอุปกรณ์ประกอบสำหรับโทรศัพท์ เครื่องเปลี่ยนไฟฟ้าชนิดอยู่คงที่ กระดาษและกระดาษแข็งชนิดหลายชั้น อาหารประเภทอื่น ๆ ฮาร์ดดิสไดร์ฟ (ไม่รวม SSD) ผลิตภัณฑ์ที่ทำจากพลาสติก

ภาพรวมทั้งประเทศจีน การค้าระหว่างเขตฯ กว่างซีจ้วงกับประเทศไทย มีมูลค่ามากเป็นอันดับ 8 จาก 31มณฑลในจีนแผ่นดินใหญ่ (รองจากมณฑลกวางตุ้ง มณฑลเจียงซู มณฑลเจ้อเจียง นครเซี่ยงไฮ้ มณฑลซานตง มณฑลฝูเจี้ยน และมณฑลเสฉวน) และเป็นอันดับ 2 ใน 12 มณฑลทางภาคตะวันตก

โดยการนำเข้าของกว่างซีจากประเทศไทยมีมูลค่ามากเป็นอันดับที่ 10 ในจีนแผ่นดินใหญ่ (รองจากมณฑลกวางตุ้ง นครเซี่ยงไฮ้ มณฑลเจ้อเจียง มณฑลเจียงซู มณฑลซานตง มณฑลยูนนาน มณฑลฝูเจี้ยน กรุงปักกิ่ง และนครฉงชิ่ง) และเป็นอันดับ 3 ในจีนตะวันตก

ขณะที่การส่งออกของกว่างซีไปประเทศไทยมีมูลค่ามากเป็นอันดับที่ 8 ในจีนแผ่นดินใหญ่(รองจากมณฑลเจียงซู มณฑลกวางตุ้ง มณฑลเจ้อเจียง มณฑลซานตง นครเซี่ยงไฮ้ มณฑลฝูเจี้ยน และมณฑลเสฉวน) และเป็นอันดับ 2 ในจีนตะวันตก

“ด่านสากลทางบกโหย่วอี้กวาน” เป็นด่านการค้าอันดับ 1 ของเขตฯ กว่างซีจ้วง ปี 2568 มูลค่าการค้าผ่านด่านโหย่วอี้กวาน 596,510 ล้านหยวน เพิ่มขึ้นร้อยละ 25 (YoY)โดยร้อยละ 99 เป็นการค้ากับอาเซียน (มูลค่าการค้ากับอาเซียนผ่านด่านฯ 590,670 ล้านหยวน เพิ่มขึ้นร้อยละ 25.1) โดยเฉพาะการค้ากับเวียดนาม (มูลค่ารวม 495,220 ล้านหยวน เพิ่มขึ้นร้อยละ 25.7) และการค้ากับประเทศไทย (มูลค่ารวม 72,000 ล้านหยวน เพิ่มขึ้นร้อยละ 30.7)

สินค้าส่งออกผ่านด่านโหย่วอี้กวาน ส่วนใหญ่เป็นชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ อุปกรณ์ไฟฟ้า อุปกรณ์ประมวลผลอัจฉริยะ และรถยนต์

สินค้านำเข้าผ่านด่านโหย่วอี้กวาน ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มผลิตภัณฑ์เครื่องไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ (Electromechanical) มีสัดส่วนร้อยละ 77.9 ของมูลค่าการนำเข้าผ่านด่านแห่งนี้ (119,470 ล้านหยวน เพิ่มขึ้นร้อยละ 2.2) ขณะที่สินค้าเกษตร มีมูลค่านำเข้า 25,960 ล้านหยวน เพิ่มขึ้นร้อยละ 24.3 โดยเฉพาะทุเรียน และขนุน มีแนวโน้มเติบโตชัดเจน

ข้อสังเกตเกี่ยวกับการค้าต่างประเทศของเขตฯ กว่างซีจ้วงและการค้ากับประเทศไทย ในปี 2568
มีดังนี้

1. นโยบายการค้า “ไข่หลายตะกร้า”เริ่มเห็นผลชัดในโครงสร้างการค้าต่างประเทศของกว่างซี แม้ว่า “เวียดนาม” เพื่อนบ้านที่มีพรมแดนติดกันยังครองสัดส่วนการค้ามากที่สุดแต่สัดส่วนการค้ามีแนวโน้มลดลง (จากร้อยละ 39.08 ของมูลค่ารวมในปี 2567 เหลือร้อยละ 37.99 ของมูลค่ารวมในปี 2568 ที่ผ่านมา)

ขณะที่การค้ากับประเทศในละตินอเมริกา (เพิ่มขึ้นร้อยละ 27.4) ตะวันออกกลาง (เพิ่มขึ้นร้อยละ 21.6) แอฟริกา (เพิ่มขึ้นร้อยละ 15.8) และสหภาพยุโรป (เพิ่มขึ้นร้อยละ 46.3) มีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่องเนื่องจากกว่างซีเพิ่มการนำเข้า “สินค้าโภคภัณฑ์” (จำพวกสินแร่และหัวแร่ทองแดง/เหล็ก/แมงกานีส/นิเกิล/ไทเทเนียม น้ำมันปิโตรเลียมดิบ ยางมะตอย ถ่านโค้กและก๊าซธรรมชาติเหลว) จากประเทศละตินอเมริกา ตะวันออกกลาง และแอฟริกาเพิ่มมากขึ้น ส่งผลให้ตัวเลขการค้าขยายตัวเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจนและทำให้กว่างซีเสียดุลการค้าให้กับคู่ค้าในละตินอเมริการวมสูงถึง 81,448 ล้านหยวน และเสียดุลการค้าให้กับคู่ค้าในแอฟริกา 11,009 ล้านหยวน

2. การนำเข้าสินค้าด้วยสิทธิประโยชน์การค้าชายแดนเพื่อนำไปแปรรูปในพื้นที่ชายแดนเป็น New Growth Pole ของการค้าต่างประเทศกว่างซี มีมูลค่าการแปรรูปสินค้านำเข้า 14,580 ล้านหยวน เพิ่มขึ้นร้อยละ 34.8 (YoY)โดยรูปแบบการค้าดังกล่าวนอกจากจะช่วยพัฒนาเศรษฐกิจในพื้นที่ชายแดนแล้ว ยังช่วยส่งเสริมรายได้และยกระดับคุณภาพชีวิตให้กับชาวชายแดนได้อย่างมากอีกด้วย

ขณะที่การค้าในรูปแบบคลังสินค้าทัณฑ์บน (มูลค่า 243,310 ล้านหยวน เพิ่มขึ้นร้อยละ 13.2) และการค้าแปรรูปเพื่อการส่งออก (มูลค่า 85,100 ล้านหยวน เพิ่มขึ้นร้อยละ 38.6) มีมูลค่ารวมมากถึงร้อยละ 40.1 ของการค้าต่างประเทศกว่างซี และ สะท้อนการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างในระบบการค้าต่างประเทศของกว่างซี โดยห่วงโซ่การผลิตของอุตสาหกรรมกว่างซีมีความสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น

3. สถานการณ์ขาดดุลการค้าของประเทศไทย เนื่องจากธุรกิจส่งออก โดยอาศัย Cross-bordere-Commerce (CBEC) เติบโตอย่างรวดเร็ว การส่งออกสินค้ามูลค่าต่ำที่ดำเนินพิธีการศุลกากรแบบเรียบง่าย (พิกัด 98040000) ซึ่งครอบคลุมถึงสินค้า CBEC เข้าตีตลาดไทยจึงมีแนวโน้มพุ่งสูงขึ้น ยังไม่นับรวมการส่งออกสินค้าที่มีมูลค่าเพิ่มสูงอย่างสินค้าอิเล็กทรอนิกส์และอุปกรณ์เครื่องจักรกล

ขณะที่สินค้าหลักที่กว่างซีนำเข้าจากไทยเป็นกลุ่มสินค้าเกษตรที่เป็นวัตถุดิบหรือสินค้าขั้นปฐมภูมิ รวมถึงสินค้าเกษตรที่ผ่านการแปรรูปขั้นต้น ซึ่งมีมูลค่าเพิ่มไม่สูง เช่น ผลไม้สด มันสำปะหลังแห้ง สตาร์ชทำจากมันสำปะหลัง ส่งผลให้ประเทศไทยเสียเปรียบดุลการค้ากว่างซี

4. สาเหตุที่การค้ากับประเทศไทยส่งสัญญาณฝืด เป็นผลจากภาพรวมการนำเข้าสินค้าจากประเทศไทยที่มีแนวโน้มลดลงต่อเนื่องเป็นปีที่ 2

กล่าวคือ เดิมที สินค้าที่กว่างซีนำเข้าจากประเทศไทยขาดความหลากหลาย ส่วนใหญ่เป็นอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ และสินค้าเกษตร แม้ว่าการนำเข้า “ฮาร์ดดิสก์ไดร์ฟ” (HS Code: 84717019 ไม่รวม Solid-State Drive – SSD) มีแนวโน้มฟื้นตัวดีขึ้นจากปีก่อน (มูลค่านำเข้า 2,786 ล้านหยวน เพิ่มขึ้นร้อยละ 15.98) แต่ยังไม่สามารถกู้สถานการณ์การนำเข้าสินค้าไทยในภาพรวมได้ เนื่องจากแนวโน้มการนำเข้าสินค้าหลักอื่น ๆ จากประเทศไทยมีแนวโน้มลดลงเกือบทั้งหมด

โดยเฉพาะการนำเข้า “ทุเรียนสด” ลดลงร้อยละ 14.43 (มูลค่านำเข้า 2,532 ล้านหยวน) มันสำปะหลังแห้ง ลดลงร้อยละ 22.23 (มูลค่านำเข้า 627 ล้านหยวน) สตาร์ชทำจากมันสำปะหลัง ลดลงร้อยละ 24.5 (มูลค่านำเข้า 517 ล้านหยวน) เคมีภัณฑ์ประเภทอื่น ๆ ลดลงร้อยละ 48.46 (มูลค่านำเข้า 233 ล้านหยวน) มังคุดสด ลดลงร้อยละ 23.51 (มูลค่านำเข้า 156 ล้านหยวน) ผลไม้และลูกนัตแช่เย็นจนแข็งที่ไม่ได้ระบุไว้ในอื่น ลดลงร้อยละ 23 (มูลค่านำเข้า 100 ล้านหยวน) ซึ่งอาจเป็นเพราะมีเส้นทางอื่นมากขึ้นในการขนส่งสินค้าดังกล่าวเข้าสู่ตลาดจีน

5. ปี 2568 สถานการณ์การนำเข้าสินค้าพิกัด 08 (ผลไม้และผลไม้แห้งเปลือกแข็งที่บริโภคได้) ของกว่างซีจากประเทศไทย แม้ว่าจะมีมูลค่าสูงเป็นอันดับ 4 ของประเทศจีน (รองจากมณฑลยูนนาน มณฑลกวางตุ้ง และมณฑลเจ้อเจียง) แต่ยัง “ติดลบ” อยู่ในทุกไตรมาส

กล่าวคือ ไตรมาส 1/2568 มีมูลค่า 208 ล้านหยวน ลดลงร้อยละ 23.14 (YoY) / ไตรมาส 2/2568 มีมูลค่าสะสม1,742 ล้านหยวน ลดลงร้อยละ 19.11 (YoY)ไตรมาส 3/2568 มีมูลค่าสะสม2,734 ล้านหยวนลดลงร้อยละ 9.9 (YoY) และไตรมาส 4/2568 มีมูลค่าสะสม 2,875 ล้านหยวน ลดลงร้อยละ 15.1

เหตุผลสำคัญเป็นผลจากการนำเข้าทุเรียนสดไทยลดลงเนื่องจาก “ทุเรียนสด” มีสัดส่วนร้อยละ 88.05 ของมูลค่าการนำเข้าสินค้าในพิกัด 08 จากประเทศไทยของกว่างซี คิดเป็นมูลค่าการนำเข้าไทยที่ลดลง 427 ล้านหยวน ซึ่งอาจเป็นเพราะมีการใช้เส้นทางในมณฑลอื่น ๆ มากขึ้นในการขนส่งสินค้าดังกล่าวเข้าสู่ตลาดจีน ซึ่งบีไอซีจะค้นหาคำตอบข้อมูลเพิ่มเติมและรายงานมาในโอกาสต่อไป

ข่าวนี้รวบรวมโดย :SHUNNING HUANG