หลังผ่านพ้นครึ่งแรกของปี 2569 เศรษฐกิจของเขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วง หรือที่เรียกสั้นๆ ว่า “กว่างซี” ยังสามารถโมเมนตัมการเติบโตได้ดี ท่ามกลางบริบทเศรษฐกิจภายในประเทศและเศรษฐกิจโลกที่ยังเต็มไปด้วยความไม่แน่นอนและความท้าทายนับไม่ถ้วน
ในช่วง 6 เดือนแรก ปี 2569 ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) ของกว่างซีมีมูลค่ารวม 1,450,636 ล้านหยวน ขยายตัวร้อยละ 3.5 (YoY) เบื้องหลังตัวเลขการเติบโตทางเศรษฐกิจ คือ บทบาทของเมืองเศรษฐกิจสำคัญหลายแห่งในกว่างซีที่สามารถสร้างแรงขับเคลื่อนผ่านการพัฒนาและยกระดับโครงสร้างเศรษฐกิจให้สอดรับกับทิศทางการพัฒนาของจีนยุคใหม่ โดยเฉพาะการผลักดันอุตสาหกรรมที่มีมูลค่าเพิ่มสูง และการสร้างระบบนิเวศทางเศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม
ภายใต้กรอบ “แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติจีน ระยะ 5 ปี ฉบับที่ 15 (พ.ศ. 2569 – 2573)” กว่างซีกำลังเร่งปรับเปลี่ยนโครงสร้างอุตสาหกรรมครั้งสำคัญ จากฐานเศรษฐกิจเดิมที่พึ่งพา “อุตสาหกรรมใช้แรงงานเข้มข้น (Labor-intensive Industries)” และ “อุตสาหกรรมที่ใช้พลังงานสูง” ไปสู่การพัฒนา “อุตสาหกรรมแห่งอนาคต (Future Industry)” ที่เน้นนวัตกรรม เทคโนโลยีขั้นสูง และองค์ความรู้ เพื่อยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันในระยะยาว
จากฉบับที่ผ่านมา บีไอซี สถานกงสุลใหญ่ ณ นครหนานหนิง ได้นำเสนอข้อมูล “5 เมืองที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดในเขตฯ กว่างซีจ้วง” เพื่อให้ผู้อ่านเห็นภาพเมืองหลักที่เป็นฐานเศรษฐกิจสำคัญของกว่างซีกันไปแล้ว
มาในฉบับนี้ บีไอซี ขอชวนท่านผู้อ่านร่วมเปิดมุมมองใหม่กับ “5 เมืองที่น่าจับตามองในฐานะพื้นที่เศรษฐกิจ ‘ร้อนแรง’ ที่สุดในเขตฯ กว่างซีจ้วง หลังจบครึ่งแรกปี 2569” โดยจะสำรวจอุตสาหกรรมเด่นที่เป็น ‘แรงขับ’ สำคัญของแต่ละเมือง ตลอดจนบทบาทใหม่ของเมืองเหล่านี้ในฐานะ ‘ฟันเฟืองเศรษฐกิจ’ ที่ช่วยขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านของกว่างซีไปสู่ “อุตสาหกรรม 4.0” เพื่อสะท้อนภาพว่า… 5 เมืองเหล่านี้กำลังมีบทบาทอย่างไรในการกำหนดอนาคตเศรษฐกิจของกว่างซี และสร้างโอกาสใหม่ ๆ สำหรับความร่วมมือทางเศรษฐกิจกับประเทศไทยได้มากน้อยแค่ไหน
ข่าวนี้รวบรวมโดย :SHUNNING HUANG
การตรวจสอบรอบแรก:YANLAN ZHANG
การตรวจสอบรอบที่สอง:CUIJING MO
การตรวจสอบรอบที่สาม: ปิยะนุช เพชรเย็น